RSS

“กระเทย”เฮหลังกองทัพยอมเปลี่ยนข้อความใบรับรอง

02 ก.ย.

กองทัพยอมเปลี่ยนข้อความใบรับรองผลจาก “มีความผิดปกติทางจิตถาวร” เป็น “ภาวะทางเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” หลังมีการร้องศาลปกครองกลาง …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงกรณีที่ทหารกองเกินที่มีสภาพจิตใจเป็นหญิง เรียกร้องถึงศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กระทรวงกลาโหมแก้ไขถ้อยคำในใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (สด.43) ประจำปี 2554 ที่ใช้ข้อความว่า “มีความผิดปกติทางจิตถาวร” ซึ่งส่งผลให้เกิดผลกระทบในการศึกษาและประกอบวิชาชีพ

พ.อ.ธนาธิป กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงแก้ไขข้อความมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งต่อมากลุ่มเครือข่ายความหลากหลายทางเพศไม่เห็นด้วย จึงร้องเรียนต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จากนั้นจึงได้สั่งการให้ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปด้วยความเหมาะเป็นธรรม

ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมได้ขอความร่วมมือกับกรมการสรรพกำลังกลาโหม กรมแพทย์ทหารบก หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาแก้ไขโดยมีความเห็นว่าควรใช้คำว่า “ภาวะทางเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” โดยมีความหมายรวมถึงสภาพร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความเห็นชอบกับข้อความดังกล่าว โดยเห็นว่าควรแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามศัพท์บัญญัติทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กรมพระธรรมนูญมีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว รอให้ ครม.อนุมัติ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

โฆษกกระทรวงกลาโหมยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ หากใบรับรองการตรวจเลือกทหาร (สด.43) ระบุอาการหรือความผิดปกติต่างๆ ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจเลือกโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้วมีผลกระทบต่อการศึกษาหรือสมัครงาน สามารถติดต่อกองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเพื่อออกหนังสือรับรองกำกับต่อไป ส่วนจะทันการตรวจเลือกทหารเกณฑ์ปีหน้าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของสำนักงานกฤษฎีกา เพราะกระทรวงกลาโหมส่งเรื่องไปแล้ว

“การเกณฑ์ทหารกองเกินมาเป็นทหารกองประจำการ เรามีความคิดเห็นในเรื่องของสภาพบุคคลที่มีจิตใจที่เป็นผู้หญิง และถ้อยคำต่างๆ ที่เกิดขึ้นอาจจะส่งผลกระทบ ก็ขอให้มาติดต่อประสานงาน เพราะบุคคลเหล่านี้ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถคนหนึ่ง ปัจจุบันเราก็เปิดกว้างในเรื่องสิทธิ เสรีภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเรียกชื่อที่มีผลต่อการสมัครงานสามารถมาร้องขอหนังสือรับรองใหม่ได้ที่กองสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เพื่อสิทธิประโยชน์ต่อบุคคลที่ได้เกณฑ์ทหารมาแล้ว” พ.อ.ธนาธิปกล่าว

อย่างไรก็ตาม รายงานจากศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะฯ ว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ห้องพิจารณาคดี 2 นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนฟ้องเพิกถอนข้อความใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน สด.43 พร้อมองค์คณะออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำที่ 2118/2549 ที่ นายสามารถ มีเจริญ กับพวกรวม 2 คนซึ่งเป็นกลุ่มสาวประเภท 2 ยื่นฟ้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง และสัสดีจังหวัดลพบุรี เรื่องการระบุคำสั่งการตรวจใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน(สด.43) ใบสำคัญสำหรับคนจำพวกที่ 4 (สด.5) และใบสำคัญให้รับราชการทหาร(สด.9) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยใช้ข้อความว่า “เป็นโรคจิตถาวร” ซึ่งผู้ฟ้องเห็นว่าเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และกระทบต่อสถานะบุคคลทำให้ผู้ฟ้องเป็นผู้ขาดคุณสมติในการเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานเอกชนใดๆ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีแก้ไขข้อความดังกล่าวในเอกสารทั้งหมด

ทั้งนี้นายเทอดพงศ์ เจ้าของสำนวนได้สอบถามคู่ความแล้วว่าจะแถลงเพิ่มเติมด้วยวาจาหรือไม่ ซึ่งวันนี้มีเพียงฝ่ายผู้ฟ้องเท่านั้นที่มาศาล แต่ไม่ประสงค์จะแถลงด้วยวาจา โดยยืนยันตามคำแถลงในเอกสารที่ได้ยื่นไปแล้ว องค์คณะจึงให้นายกฤตยชญ์ ศิริเขต ตุลาการผู้แถลงคดี ได้แถลงความเห็น ซึ่งระบุว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง

ขณะที่ตามคำฟ้องระบุว่า หากให้ระบุข้อความในเอกสารสำคัญว่าเป็นโรคจิตถาวร จะมีผลต่อการนำไปใช้สมัครงานทั้งในหน่วยงานเอกชนและราชการ ทั้งที่ผู้ฟ้องมีสภาพจิตปกติ จึงต้องวินิจฉัยว่า จะให้เพิกถอนข้อความดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่าผู้ถูกฟ้องมีอำนาจในการตรวจเลือกทหารกองเกิน และตั้งคณะกรรมการตรวจเลือกแต่ละจังหวัด และมีอำนาจหน้าที่ในการออกเอกสาร แต่การจะระบุข้อความว่าเป็นโรคจิตถาวร นั้นไม่ตรงกับการจำกัดความขององค์การอนามัยโลก ว่าหากผู้ใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพศยังไม่ถือเป็นโรคจิต ส่วนการรับประทานยาคุมกำเนิด หรือยากระตุ้นต่างๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงสรีระเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่หากเปลี่ยนแปลงสรีระจากชายเป็นหญิงจะเรียกว่ากระเทย

ตุลาการผู้แถลงคดี จึงเห็นว่าผู้ถูกฟ้องกระทำการละเลยต่อหน้าที่ และเป็นการละเมิดสิทธิผู้ฟ้อง เห็นควรให้มีการแก้ไขข้อความในเอกสารให้เหมาะสมตามข้อเท็จจริง โดยให้ระบุว่า ผู้ฟ้องมีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองเกินได้ เพราะเป็นกระเทย ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 13 กันยายนนี้ เวลา 10.00น. ภายหลัง นายสามารถ มีเจริญ ผู้ฟ้อง กล่าวว่า รู้สึกดีใจ แต่ต้องรอฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 13 กันยายน

ขณะที่ นายเจษฎา แต้สมบัติ คณะทำงานเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า หากมีการแก้ไขข้อความ แต่ถ้าจะมีผลให้กลุ่มสาวประเภท2 หรือผู้หญิงข้ามเพศในรุ่นต่อๆไปเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ก็จะต้องมีการออกกฎระเบียบ และมีนโยบายในการรับรอง พิทักษ์สิทธิของพวกเราที่มีละเอียดอ่อนต่อเพศวิถี เพราะจะต้องมีความเสมอภาคและมีระบบที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของพวกเราหากต้องไปใช้ชีวิตภายในค่ายทหาร

นอกจากนี้ด้านนายนาดา ไชยจิตต์ กลุ่มสาวประเภท2 กล่าวว่าที่ผ่านมาได้ติดตามการออกเอกสารสำคัญในการเกณฑ์ทหารของสาวประเภท2 กับกระทรวงกลาโหมอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการเสนอให้ระบุข้อความในเอกสารสำคัญว่า “เป็นผู้มีภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” ซึ่งไม่สามารถที่จะเข้ารับการตรวจเลือกได้ โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ …

ขอขอบพระคุณภาพ/ข่าว (บางส่วน) จาก Mthai News

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 2, 2011 in กองทัพไทย

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: