RSS

ฉีกหน้ากาก..คนหน้าด้าน !!!

27 เม.ย.

จากกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (กกต.ภูเก็ต) ชุดปัจจุบันซึ่งมี นายตรี อัครเดชา ผวจ.ภูเก็ต นั่งเป็นประธานกรรมการฯ อยู่กำลังจะหมดวาระลง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดรูปแบบและวิธีการในสรรหา กกต.ภูเก็ต ชุดใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไปจนถึงกระบวนการ วิธีการในการสรรหา หรือรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกให้เหลือจำนวน 3 เท่าของจำนวนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (5 คน)

นั่นคือ หาบุคคลทั้งวิธีการสรรหาและรับสมัครมาทำการลงคะแนนเลือกโดยคณะกรรมการสรรหาฯ ให้เหลือจำนวน 15 คน แล้วนำรายชื่อนั้นส่งต่อไปยังคณะกรรมการการเหลือตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาคัดเลือกให้เหลือเพียง 5 คนแล้วประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กกต.จังหวัด มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี สมัยเดียว

ภูเก็ต เป็นหนึ่งใน 62 จังหวัด ที่จะต้องมีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่ และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ จำนวนทั้งสิ้น 11 คน ตามประกาศ  กกต.ภูเก็ต ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ประกอบด้วย

1. ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
2. นายสมพร อัศวแก้วมงคล  อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (สอจ.ภูเก็ต)
3. พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต
4. นางนันท์นภัส จันทร์อุดม ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจัหวัดภูเก็ต
5. อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต
6. นายเจียร ทองนุ่น  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต
7. นายชัยยศ ปัญญาไวย์  ประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต
8. นายสุเมธี ทองเสมอ  นายกสมาคมผู้สูงอายุนครภูเก็ต
9. นายจรัญ ธัญญอุดร  ผู้รับมอบอำนาจสมาคมผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนไทย
10. นายชนะ ถนอมศักดิ์  บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวเศรษฐกิจธุรกิจ
11. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต

จากนั้นได้มีการประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาเป็น กกต.จังหวัดภูเก็ต มีผู้มาสมัครทั้งสิ้น 25 คน และมีการตรวจสอบคุณสมบัติตามระเบียบ ก่อนลงคะแนนเลือกเหลือ 15 คน ตามประกาศ กกต.ภูเก็ต ลงวันที่ 17 มีนาคม 2554 ประกอบด้วย

1. นางจริยา  เจริญจิระตระกูล  นักธุรกิจ เจ้าของกิจการเจริญอพาร์ทเม้นท์
2. นายธงชัย  ณ ถลาง  ข้าราชการบำนาญ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลสวัสดี
3. นายธนากร  เสียมหาญ  ทนายความ สำนักงานทนายความธนากร เสียมหาญ
4. นายธีระศักดิ์  วิชชุตานนท์  ทนายความ สำนักงานกฎหมายและธุรกิจภูเก็ตจัสทิส / อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต
5. นายแนบ  สินทอง  พัฒนาการจังหวัดกระบี่
6. นายบรรยง  ปัตถา  รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต
7. นายบุญชู  มานะเสรี  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดลัฎฐิวนาราม
8. นายพรมมา  สิทธิ์ทอง  กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์เปอเรชั่นซีเคียวริตี้การ์ด จำกัด
9. นายพีรบูรณ์  ทองศิริเศรษฐ์  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต
10. นายมนัส  พงศ์ธนาพาณิช  ทนายความ
11. นายวีระพงษ์  ไวทยวงศ์สกุล  ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต
12. นายศุภชัย  โพชนุกูล  นายอำเภอเมืองภูเก็ต
13. นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
14. นายสมศักดิ์  ปฐมอรรฆย์กุล  ข้าราชการบำนาญ อดีตผู้อำนวย สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดภูเก็ต
15. นายสมศักดิ์ สงนุ้ย  พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต

ภายหลังการประกาศโฉมหน้าว่าที่ กกต. ภูเก็ต ทั้ง 15 คนออกมา ดูแล้วมันช่างขัดลูกนัยตายังงัยชอบกล…

อีกทั้งเมื่อไปพลิกดูระเบียบคณะกรรม การการเลือกตั้ง ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด พ.ศ.2552 ข้อ 8 ที่ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งในทุกจังหวัดเรียกว่า “คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด” ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งจาก ผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

เมื่ออ่านประโยคสุดท้ายนี้ไปประกอบกับรายชื่อของ 15 ว่าที่ กกต.ภูเก็ต แล้ว มันยิ่งเห็นภาพของความไม่เป็นกลางทางการเมืองโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน

บางคนก็เคยเป็นหัวคะแนนพรรคการเมืองบางพรรค…?

บางคนก็เคยเป็นหน้าห้องรัฐมนตรีของนักการเมืองบางพรรค…?

บางคนก็เป็นข้าราชการที่เติบโตมาจากการเชลียร์นักการเมืองบางพรรค…?

เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้น่าที่จะมีสามัญสำนึกของตนเอง มีสำนึกของความเป็นคน มีสมองในการคิดพิจารณาคุณสมบัติขอตนเองได้ว่า ตนนั้นสมควรหรือไม่ที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งที่เขาเอาไว้ให้คนที่เป็นกลางทางการเมืองมาทำหน้าที่

อย่าว่าแต่จะเป็นเลยครับ…แค่สมัครผมก็ว่าน่าจะทุเรศตัวเองบ้างว่า กูไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ

แน่นอนที่สุด หากกล่าวกันเพียงเท่านี้ เชื่อเหลือเกินว่าท่านผู้อ่านก็ต้องกล่าวหาว่า ผู้เขียนใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน ซึ่งนั่นมิใช่วิถีทางของทีมงาน “อินไซด์ภูเก็ต” ที่ ต้องกล้านำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐาน โดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ

เรื่องเหล่านี้ มิใช่เฉพาะ “อินไซด์ภูเก็ต” เท่านั้นที่มองเห็น แต่สังคมคอการเมืองต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่วเช่นเดียวกัน …

ตัวอย่างที่ “อินไซด์ภูเก็ต” พอจะรวบรวมหลักฐานได้ และติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมมานานนั้นคือ กรณีของ นายวีระพงษ์ ไวทยวงศ์สกุล หรือชื่อเล่นว่า “เคี้ยว” ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต

รายนี้แค่เอ่ยชื่อ เชื่อเหลือเกินว่าทุกคน ที่รู้จักจะร้องอ๋อทันที และรู้ในทันใดนั้นว่า เขาคนนี้เป็นเด็กของใคร พรรคการเมืองไหนดูแลอุปถัมภ์ค้ำจุนกันอยู่

ซึ่งก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่า ที่ผ่านมาสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดในพื้นที่ ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี จนเพื่อนๆ ตกใจ อันเป็นผลมาจากการเอาใจนักการเมือง โดยการใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อกัน

นอกจากนี้ ยังเป็นนักเขียน คอลัมน์ นิตส์ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น “ข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ” ที่มีเจ้าของชื่อ นายชนะ ถนอมศักดิ์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาฯ ในครั้งนี้ และก็คงไม่ต้องบอกว่าสามารถผ่านรอบคัดเลือก 15 คนมาได้อย่างไร

นายวีระพงษ์ เขียนในคอลัมน์ “โต๊ะการเมือง” ซึ่งเป็นคอลัมน์ที่คอยเขียนด่า ว่า กระแทกแดกดันฝ่ายตรงข้ามของพรรคการเมืองที่ตนเองช่วยเหลือ อย่างชนิดที่ไม่สนใจอะไร หากเป็นการกระทำของฝ่ายตรงข้ามเป็นอันต้องหยิบมาวิจารณ์ได้ตลอดตามสไตล์ของพรรคการเมืองนั้น

และในขณะเดียวกันเมื่อคนของพรรค ที่ตัวเองชื่นชอบทำอะไร ไม่ว่าผิดหรือถูก ก็จะใช้คอลัมน์ดังกล่าวในการออกมาปกป้องอยู่เสมอเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น คอลัมน์โต๊ะการเมือง ที่ เขียนเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2552 เรื่อง เช็คช่วยชาติ ซึ่งพรรณาถึงความดีงามของการออกนโยบายนี้แล้วตบท้ายก็ด่ารัฐบาลของ อดีตนายกทักษิณ

หรือ คอลัมน์โต๊ะการเมือง ที่ เขียนเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552 เรื่อง หนุกกับหรอย ก็เป็นการเขียนชื่นชม นางอัญชลี วานิช เทพ บุตร ขณะเดียวกันก็แขวะ นายไพบูลย์ อุปัติ ศฤงค์ ที่ชนะการเลือกตั้ง นายก อบจ.ภูเก็ต แต่ถูก กกต.ฟ้องคดีเลือกตั้ง

อีกตัวอย่าง คอลัมน์โต๊ะการเมือง ที่ เขียนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2553 เรื่อง อายลูกหลาน..? ก็เป็นการเสียดสี อบจ.ภูเก็ต ภายใต้การบริหารงานของ นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ อีกเช่นเดียวกัน

ที่เอามาเป็นนี่เป็นเพียงตัวอย่าง ยังมีอีกเป็นสิบและร้อยกับผลงานที่นายวีระพงษ์ ได้ทำเอาไว้กับฝ่ายตรงข้าม

แม้ว่าในคอลัมน์ดังกล่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น จะไม่ได้ใส่ชื่อของนายวีระพงษ์เป็นผู้เขียน แต่ในวงการสื่อสารมวลชนในภูเก็ตทุกคนรู้ดีว่าเป็นใคร

เพียงแค่หนังตัวอย่างก็พอจะเดาออกโดยไม่ยากแล้วว่า นายวีระพงษ์นั้นมีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่

มันจึงมาถึงคำถามที่ว่า แล้ว “ความละอาย” มีบ้างไหม ในเมื่อตัวเองก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นกลางทางการเมือง แล้วสมัครเข้าไปทำไม

แน่นอนว่า คำตอบก็คือ เป็นสิทธิส่วนตัวที่จะชอบใคร เกลียดใคร ซึ่งก็ถูกต้องไม่มีใครไปว่าได้ หรือบังคับได้

แต่ในวันนี้ ต้องหันกลับมาดูว่า ตัวเองสมัครเข้าไปทำหน้าที่อะไร แล้วหน้าที่นั้นเขาต้องการคนเช่นไรต่างหาก

ยังมีอีกมากเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในความไม่เป็นกลางทางการเมือง ของนายวีระพงษ์ แต่ขอเก็บเอาไว้ก่อน เผื่อโดนฟ้องจะได้มีของเอาไว้ป้องกันตัวกันบ้าง

ที่เขียนมาทั้งหมด มิใช่การอิจฉาริษยา เรื่องอย่างนี้มันแล้วแต่บุญกรรมที่ทำกันเอา ไว้ทั้งในชาตินี้และอดีตชาติ

หากแต่ต้องการสื่อไปให้ถึงก้นบึ้งของต่อมสำนึกในตัวใครบางคน แม้ใครไม่เห็น แต่เชื่อเหลือเกินว่าตนเองต้องรู้ว่ากำลังทำอะไร…? เพื่อใคร…?

เพราะแม้ว่าจนถึงวันนี้ ผลการคัดเลือกของ กกต.กลางจะยังไม่มีออกมา นายวีระพงษ์ อาจจะได้เป็น 1 ใน 5 เสือ กกต.ภูเก็ตชุดใหม่หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอคำตอบ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกับกระบวนการตั้ง แต่การเลือกกรรมการสรรหา ไปจนถึงการสรรหาว่าที่ กกต.ก็คือ มันเกิดมีชื่อของบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมหลุดเข้าไปให้พิจารณาหลายคน เยี่ยงนี้แล้ว ท่านเชื่อหรือครับว่า

ผลการพิจารณาที่จะออกมาแล้ว จะได้คนที่ดี มีคุณสมบัติถูกต้องตาม ระเบียบ เพื่อทำหน้าที่ของคนที่ต้องเป็นกลางทางการเมือง

ส่วนผมไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด..!!!

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 27, 2011 in การเมือง

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: