RSS

“ประชาธิปไตย”ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการแต่งตั้ง…

06 เม.ย.

ลังกระแสออกมาว่า จะมีการเลือกตั้งในเวลาอันใกล้นี้ ทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ต่างก็ขยับตัวกันจ้าละหวั่น ไม่เว้นแม้แต่พรรคการเมืองที่อ้างตนเองว่า เป็นพรรคการเมืองที่เติบโตมาจากการเมืองภาคประชาชนอย่าง พรรคการเมืองใหม่ ที่ตกอยู่ในสถาพตัวคนเดียว หลังแตกคอกับมหามิตรอย่าง ประชาธิปัตย์ เมื่อเสร็จศึกไล่แม้วไป

ตอนนี้การประกาศลงสู่สนามเลือกตั้งที่ทางพรรคการเมืองใหม่เคยคิดว่า ตนเองมีฐานเสียงมั่นคง อันเกิดจากภาพลวงตาตอนที่มีแนวร่วมประชาธิปัตย์เคียงข้าง กลายเป็นฝันเลือนลางอย่างเห็นได้ชัด และคงไม่มีที่นั่งในสภาอย่างแน่นอน

ทว่าเสือย่อมไม่ทิ้งลาย

นิสัยหัวรั้นของผู้มีอำนาจในพรรคการเมืองใหม่จึงผุดแคมเปญขึ้น เพื่อหวังใช้เป็นฐาน เสียงในการต่อรอง ทำให้สังคมได้ยินการรณรงค์ โนโหวต โหวตโนกันอีกครั้ง

แนวทางความคิดเป็นการเพิ่มจำนวนผู้ร่วมอุดมการณ์ในกระดาษประมวลผล โดยไม่ต้องสนใจเรื่องความคิดเห็นที่แท้จริงว่า

จะโนโหวตเพราะเป็นแฟนพันธมิตร หรือเขาแค่ไม่ต้องการลงคะแนนให้ใครเท่านั้น เพราะทุกคะแนนจะโดยสมอ้างเป็นพันธมิตรหมดโดยปริยาย

หากเป็นไปตามความคาดหมาย แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ว่า พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นรัฐบาล ก็จะถูกจำนวนของโนโหวตนี้เข้ามาเป็นประเด็นกดดัน ให้ประชาสัมคมรู้สึกถึงความไม่สง่างาม และขาดการเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเปิดประตูบานใหม่ในการต่อสู้ให้กับพันธมิตรในคราวต่อๆ ไปได้

แต่เหมือนกับฟ้าไม่เป็นใจ หรือประชาชนเริ่มจับทางได้ก็ไม่ทราบ

เพราะจากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยในเครือพันธิมิตรเองปรากฎชัดว่า ประชาชนนั้น ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกระแสโนโหวตครั้งนี้ ทำให้กุนซือพันธมิตรต้องเร่งแก้เกมส์โดยด่วนเพื่อไม่ให้การเลือกตั้ครั้งนี้กลายเป็นยาฆ่าล้างบางพันธมิตรออกจากสารบบการเมืองไทย

สุดท้ายจึงงัดไม้ตายขั้นเทพของพันธมิตรออกมา จากการนำเสนอของผู้นำจิตวิญญาณให้เมินการเลือกตั้งจากพลังของประชาชน แล้วหันไปขอนายกพระราชทานเพื่อแก้ปัญหาประเทศแทน

เรียกว่าเป็นการเล่นตามทางที่ตนถนัด อ้างสถาบันเพื่อปลุกกระแส โนโหวต โหวตโน ให้เข้มข้นขึ้นโดยใช้ข้ออ้างว่า หากจะให้ประเทศรอด เราไม่ควรมีนายกมาจากพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ เพราะนักการเมืองเลวร้าย

จะรอดได้ต้องใช้ยาดีที่เรียกว่านายกพระราชทาน”  เท่านั้น

ทั้งๆที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสย้ำชัดแล้วว่า ท่านไม่มีอำนาจที่จะกระทำเช่นนั้น

ถ้าเช่นนั้น การขอนายกพระราชทาน จึงไม่ใช่การได้มาซึ่งนายกจากการเลือกสรรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างที่ใครเข้าใจ แต่กลับกลายเป็นการเลือกจากใครก็ไม่รู้แล้วไปขอพระปรมาภิไธยให้ดูน่าเชื่อถือเท่านั้น จากนายกพระราชทานกลายเป็น นายกอาศัยบารมี แทน

การดึงเบื้องสูงแล้วนำมาอ้างสิทธิความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ถือเป็นไม้ตายของพันธมิตร แต่ถึงวันนี้การกระทำได้พิสูจน์ความจริงหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า เป็นสิ่งเลื่อนลอย และยิ่งดึงพระเกียรติให้ลดลงทุกที อย่างนี้คงต้องชั่งใจให้ดี ก่อนที่จะเชื่อถือคำโม้โอ้อวด แอบอ้าง ของผู้จงรักภักดีแต่ปาก และลงร่วมกระทำการทำลายประเทศนี้ และสถาบันอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

ประชาธิปไตยไม่สามารถเกิดขึ้นจากการแต่งตั้งได้

หากวันนี้ยังไม่สามารถสร้างความเข้าใจถึงปัญหากรขาดประชาธิปไตย การเคารพเสียงข้างมากตามกติกาได้ แล้วเที่ยวหาหนทางอื่นแบบศรีธนชัยไปวันๆ เช่นนี้ ประเทศไทยคงไม่มีทางเห็นสังคมประชาธิปไตยเต็มขั้นได้อย่างแน่นอน

เพราะไม่ว่าอย่างไร…เมื่อเราปลูกกล้วย…มันคงไม่ออกลูกมาเป็นแตงโมแน่นอน…

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 6, 2011 in การเมือง

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: